วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

ซีดีรอมไดร์ฟ (CD-ROM)

ซีดีรอมคืออะไร : What is CD-ROM

            ซีดีรอม (CD ROM ย่อมาจาก Compact disc Read Only Memory) เป็นสื่อบันทึกข้อมูลชนิดหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage
   Media) ลักษณะเป็นแผ่นจานกลมคล้ายแผ่นเสียงหรือแผ่นคอมแพ็คดิสก์สำหรับฟังเพลง ข้อดีคือ เก็บข้อมูลได้ปริมาณมากกว่าดิสก์เก็ต ซีดีรอม 1 แผ่นสามารถเก็บข้อมูล
   เทียบเท่ากับดิสก์เก็ตความจุ 1.44 MB จำนวน 600 แผ่น หรือเท่ากับฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 600 MB ในขณะที่ราคาของซีดีรอมถูกกว่าฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุเท่ากัน
   จากข้อดีดังกล่าวจึงมีผู้ผลิตซอฟต์แวร์ประเภทเกมส์และโปรแกรมบรรจุในซีดีรอมมากขึ้น


  ประเภทของซีดีรอม
             เมื่อดูจากสภาพภายนอกจะเห็นว่าซีดีรอมแต่ละแผ่นมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ แต่แท้ที่จริงนั้นซีดีรอมแบ่งออกได้หลายประเภท การแยกประเภทของ
   ซีดีรอมนั้น แยกตามข้อกำหนดของหนังสือที่ระบุเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตสื่อเก็บข้อมูลซีดีรอม เช่น Yellow CD หมายถึง ซีดีรอมที่ถูกผลิตตามข้อหนังสือหน้าปก
   สีเหลือง เป็นต้น
            ปัจจุบันแบ่งประเภทของซีดีรอมออกได้หลายประเภท ตามสีของหน้าปกหนังสือที่กำหนดลักษณะของซีดีรอม ดังต่อไปนี้
  - Yellow CD หรือ DATA Storage CD
  - Red CD / Audio CD
  - CD-ROM XA หรือ Multi-session CD หรือ ISO 9660
  - Mixed Mode CD
            

เทคนิคของการบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นซีดีรอม
               
     แผ่นซีดีรอม เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบดิจิทัล ข้อมูลจะถูกจัดเก็บในรูปของบิต 0 และ 1 ในฮาร์ดดิสก์นั้นตัวแผ่นจากจานแม่เหล็กจะบันทึกข้อมูลโดยอาศัยการ
   เหนี่ยวนำเซลล์อนุภาค แม่เหล็กขนาดเล็กหลายๆเซลล์เข้าด้วยกัน แต่แผ่นซีดีรอมนั้นใช้เทคนิคการบันทึกข้อมูลที่ต่าง กันไป โดยเริ่มแรกแผ่นดิสก์จะมีสภาพราบเรียบ
   ซึ่งจะเรียกว่า   สวนLandsจากนั้นจึงถูกเผาด้วย ลำแสงเลเซอร์ตามกระบวนการผลิตที่ได้กล่าวมาข้างต้น จนกลายเป็นหลุมลึกลงไป เป็นส่วนที่ เราเรียกว่า pits
   ดังนั้นเมื่อแผ่นดิสก์หมุนอยู่ในตัวไดร์ฟแสงเลเซอร์จะพาดผ่านจากส่วน Lands จะสะท้อนกลับออกมาแต่ถ้าผ่านส่วน Pits จะกระจายหายไป ส่วน photodetertor
   ในหัวอ่านเลนส์ จะทราบถึงความแตกต่างสองประการนี้และนั่นคือคำตอบว่ามันทราบได้อย่างไรว่าบิตข้อมูลนั้นเป็น 1 หรือ 0





พอร์ต (Firewire)

พอร์ต (Firewire)

เปรียบมวยกันหมัดต่อหมัด ยกต่อยก เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะในสังเวียนแห่งการเชื่อมต่อความเร็วสูง

       การเลือกซื้อไดรฟ์ DVD+RW ฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายนอก หรือว่าสแกนเนอร์ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เริ่มจะกลายเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอินเทอร์เฟซที่มีให้เลือกนั้นมีหลากหลายมากขึ้น จากเมื่อก่อนถ้าไม่ใช่พอร์ตขนานก็จะเป็น USB 1.1 ซึ่งระยะหลังๆ ก็เริ่มจะกลายเป็น USB 1.1 กันเกือบทั้งหมดแล้ว เราจึงแทบไม่ต้องห่วงเรื่องการเลือกอินเทอร์เฟซ แค่เดินเข้าไปในร้านบอกเฮีย “ขอไดรฟ์ตัวนึงก็จบแล้ว”
        แต่มาถึงตอนนี้ USB 2.0 กลายเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่กำลังจะเข้ามาแทนที่อินเทอร์เฟซเก่าๆ และไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ก็อาจจะเข้ามาแทนที่ได้อย่างถาวรในที่สุด สาเหตุก็เพราะว่า USB 2.0 นั้นเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงความเร็วสูงที่มีความสามารถทัดเทียมกับ FireWire เลยทีเดียว     ดังนั้นด้วยความสะดวกในการใช้งานรวมกับความเร็วของบัสจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม USB 2.0 จึงเข้ามาเทียบรัศมี FireWire ได้ เพราะความเร็วในการทำงานสูงสุดของ USB 2.0 อยู่ที่ 480 เมกะบิตต่อวินาที ในขณะที่ FireWire ทำได้เพียงแค่ 400 เมกะบิตต่อวินาทีเท่านั้น แต่ว่าเรื่องราวของทั้งสองอินเทอร์เฟซยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีอะไรอีกหลายคำถามคาใจที่คุณอยากรู้ เช่น ทั้งสองอินเทอร์เฟซนี้แตกต่างกันอย่างไร? การที่เราจะอัพเกรด USB 1.1 เป็น USB 2.0 ด้วย Add - in Card เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงหรือ? แล้วในความเป็นจริง FireWire หรือ USB 2.0 ที่เร็วกว่ากัน? คุณจะได้พบคำตอบของปัญหาเหล่านี้ในบทความนี้แน่นอน

       การจะเลือกว่าอินเทอร์เฟซใดเหมาะ-สมกว่ากันนั้น อาจจะเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เราใช้งานเสียมากกว่า เพราะส่วนใหญ่แล้วตัวอุปกรณ์มักจะเป็นตัวตัดสินเองว่า เราจะต้องใช้อินเทอร์เฟซแบบใด เนื่องจากอุปกรณ์ต่อพ่วงส่วนมากมักจะออกแบบมาให้ใช้กับพอร์ตชนิดเดียวเท่านั้น สำหรับ USB 2.0 นั้น ถึงแม้จะมีความเร็วตามสเปกที่ให้ทรูพุตสูงกว่า FireWire แต่ในการใช้งานจริงกลับปรากฏว่า FireWire ยังคงให้ประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายนอกได้ดีกว่า แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น การอัพเกรดจาก USB 1.1 ไปเป็น USB 2.0 ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ จะมีพอร์ต USB 2.0 มาให้อยู่แล้ว ดังนั้นผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงคงจะต้องผลิตอุปกรณ์มาสนับสนุนอินเทอร์เฟซแบบ USB 2.0 อย่างแน่นอน
ทางด้าน CD-RW จากการทดสอบด้วย USB 2.0 กลับให้ผลที่ไม่น่าพอใจนัก ส่วนพรินเตอร์และสแกนเนอร์นั้นแค่ต่อกับ USB 1.1 ก็เร็วพออยู่แล้ว การทดสอบด้วย USB 2.0 จึงไม่มีปัญหา นอกจากนี้เราก็ยังทดสอบเพื่อเปรียบเทียบความเร็วระหว่าง USB 1.1 และ USB 2.0 ด้วย ซึ่งผลการทดสอบปรากฏว่า ความเร็วของ USB 2.0 นั้นเหนือกว่า USB 1.1 เพียงแค่ 2 ถึง 13 เท่า แค่นั้นเอง ไม่ได้สูงอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ว่า น่าจะต่างกันถึง 40 เท่า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความเร็วที่เหนือกว่าเพียงแค่ 2 เท่า ก็ให้ผลการทำงานที่แตกต่างกันมากทีเดียว
ถึงตอนนี้ถ้าหากคุณมีอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้อินเทอร์เฟซดังกล่าวอยู่แล้ว ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องอัพเกรดคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงแค่พอร์ต USB 1.1 ให้สามารถรองรับกับอุปกรณ์ดังกล่าวได้ ซึ่งก็มีทางเลือกอยู่หลายทาง ตั้งแต่การ์ด add-in FireWire, USB 2.0, Combo card, ฮับ และพีซีการ์ด

5 ทางเลือกในการอัพเกรดไปใช้อินเทอร์เฟซความเร็วสูง

1. การ์ด FireWire แบบ PCI

       ทางเลือกแรกในการอัพเกรดก็คือ การติดตั้งการ์ด FireWire แบบ PCI ลงในเครื่องพีซีเก่า ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการให้เครื่องพีซีสุดรักได้มีพอร์ต FireWire เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองนั้นก้าวทันเทคโนโลยี และเพื่อให้เครื่องของคุณสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบ FireWire ได้ โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก จากการทดสอบของพีซีแมกะซีนพบว่า ประสิทธิภาพของการ์ด FireWire ที่เรานำมาทดสอบนั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่แตกต่างนั้นกลับอยู่ที่อุปกรณ์ที่ให้มาเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิล ไดรเวอร์ หรือซอฟต์แวร์ที่แถมมาให้

2. การ์ด USB 2.0 แบบ PCI

      หลายคนคงคิดว่า ประสิทธิภาพในการทำงานของพอร์ต USB 2.0 ในการ์ด Add - in และพอร์ต USB 2.0 ที่ติดตั้งมาบนเมนบอร์ดนั้นเท่าเทียมกัน แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่า USB 2.0 แบบที่ติดตั้งมาบนเมนบอร์ดมีความเร็วในการทำงานที่สูงกว่า แม้ว่าจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม สาเหตุก็เพราะว่าชิปสำหรับควบคุมการทำงานของ USB 2.0 นั้นได้เชื่อมต่อเข้ากับ South bridge ของเมนบอร์ดอินเทลรุ่นใหม่ๆ โดยตรง (หรือว่าผ่านทาง I/O คอนโทรลเลอร์ ICH4) ในขณะที่การ์ด Add - in นั้นจะทำงานผ่านบัส PCI ซึ่งการเชื่อมต่อทั้งสองรูปแบบ ต่างก็มีแบนด์วิดธ์สูงพอที่จะรองรับทรูพุตสูงสุดของ USB 2.0 ตามมาตรฐานที่ 480 Mbps เพียงแต่การทำงานผ่านบัส PCI นั้น อินเทอร์เฟซจะถูกโอเวอร์เฮดที่ระบบบัส PCI สร้างขึ้นดึงให้มีความเร็วต่ำลงมาเล็กน้อย

แต่ไม่ว่าเราจะเลือกใช้งานพอร์ต USB 2.0 แบบใดก็ตาม (คุณอาจจะถูกบังคับเลือกจากสภาพเครื่องที่มีอยู่) USB 2.0 ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่เหนือกว่า USB 1.1 ได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันการ์ด USB 2.0 แบบ PCI นั้น ก็ออกสู่ตลาดให้เห็นกันนับสิบรุ่นเลยทีเดียว

3. คอมโบการ์ด

      จริง ๆ แล้วคุณอาจสงสัยว่า จะมีสักกี่คนที่ต้องการการ์ดแบบคอมโบ หรือการ์ดที่มีทั้งสองอินเทอร์เฟซในตัว แต่ลองคิดดูว่า หากคุณเองมีกล้อง DV อยู่แล้ว และต้องการรองรับการขยายระบบในอนาคต ที่อาจจำเป็นต้องใช้พอร์ต USB 2.0 ซึ่งมีจุดเด่นกว่าในหลายเรื่องรวมทั้งอุปกรณ์ที่มีให้เลือกหลากหลายกว่า

คุณก็คงไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอนว่า การ์ดคอมโบเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุด แต่ด้วยราคาของชิป FireWire ที่มีราคาค่อนข้างแพงกว่าชิป USB ดังนั้นการรวมพอร์ตทั้งสองชนิดมาอยู่ในการ์ดเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกที่ราคาอาจจะต้องขยับสูงขึ้นเกือบสองพันบาทเลยทีเดียว แต่ด้วยการ์ดคอมโบนี้จะสามารถแสดงให้เห็นว่า FireWire นั้นทำความเร็วได้ดีกว่า USB 2.0 อยู่เล็กน้อย สำหรับผู้ที่มองหาการ์ดต่อพ่วงในลักษณะนี้อยู่ อาจจะต้องพิจารณาดูด้วยว่า มีพอร์ตสำหรับต่อสายภายในเครื่องหรือไม่ หรือว่ามีคอนเน็กเตอร์สำหรับต่อกับเพาเวอร์ซัพพลายมาให้ด้วยหรือเปล่า เพราะหากว่าต้องต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงหลายๆ ตัว การ์ดที่ต่อไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรงจะค่อนข้างได้เปรียบกว่า และการ์ดที่มีพอร์ตต่อภายในเครื่อง ก็จะช่วยให้การต่อสายเพื่อติดตั้งพอร์ตทางด้านหน้าเครื่องทำได้ง่ายกว่าอีกด้วย (เครื่องรุ่นใหม่มักจะมีช่องต่อพอร์ต USB ทางด้านหน้าเครื่อง เพื่อความสะดวกในการต่ออุปกรณ์ โดยที่คุณไม่ต้องไปต่อทางด้านหลังเครื่องให้ยุ่งยาก)

4. ฮับ FireWire และ USB 2.0

      เริ่มต้นจากตอนแรกที่ซื้อเครื่องมา คุณมีเพียงแค่เมาส์ที่เป็น USB จากนั้นสิ่งต่อมาที่ทำได้ก็คือ ซื้อคีย์บอร์ด USB มาใช้งาน แล้วก็มีกล้องดิจิตอลเพิ่มเข้ามาอีกตัวหนึ่ง คราวนี้คุณจะรับมือกับอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบ USB ที่มีอยู่หลายชิ้นได้อย่างไร ครั้นจะถอดชิ้นหนึ่งออกเพื่อใช้อีกชิ้นหนึ่งก็ทำไม่ได้ เพราะต้องใช้งานร่วมกันตลอด สุดท้ายทางออกที่มักใช้กันก็คือ ซื้อฮับ USB มาติดตั้ง ทำให้จากพอร์ต USB เพียงพอร์ตเดียวกลายเป็น 4 พอร์ต 6 พอร์ต หรือ 8 พอร์ต สำหรับFireWire และ USB 2.0 ก็สามารถขยายและติดตั้งฮับได้เช่นเดียวกัน ซึ่งฮับของพอร์ตทั้งสองแบบนี้ ก็เริ่มมีให้เห็นหลายรุ่นเช่นกัน

5. โน้ตบุ๊กพีซีการ์ด

        ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งซื้อเครื่องโน้ตบุ๊กมาเครื่องหนึ่งแล้วพบว่า บนเครื่องมีพอร์ต USB 1.1 ติดตั้งมาให้หลายพอร์ต แต่กลับไม่มีพอร์ต FireWire มาให้ สรุปแล้วคุณซื้อโน้ตบุ๊กผิดรุ่นมาใช้งานหรือเปล่า ตอบได้ทันทีเลยครับว่าเปล่า สาเหตุก็เพราะว่า ในปัจจุบันโน้ตบุ๊กที่อยู่ในสายการผลิตนั้นยังไม่ได้ติดตั้ง USB 2.0 มาให้นั่นเอง ดังนั้นถ้าหากคุณอยากจะได้พอร์ต FireWire ติดตั้งไว้ในเครื่อง ชิปเซ็ตของโน้ตบุ๊กคุณจะต้องรองรับเทคโนโลยีนี้เสียก่อน ซึ่งถ้ามองที่ผู้ผลิตชิปเซตรายใหญ่สำหรับโน้ตบุ๊กอย่างค่ายอินเทลนั้น ก็ยังไม่ได้ติดตั้ง USB 2.0 หรือ FireWire ลงไปในชิปเซตสำหรับโพรเซสเซอร์รุ่นโมบาย แต่ทางอินเทลจะสนับสนุน USB 2.0 ในโพรเซสเซอร์โมบายรุ่นถัดไปภายใต้ชื่อ Centrino โดยใช้ชิปเซตโค้ดเนม Odem ซึ่งคาดว่าจะออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี 2003 นี้ แต่สำหรับในขณะนี้ทางเลือกที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นการใช้พีซีการ์ดที่สามารถเพิ่มอุปกรณ์ต่อพ่วงความเร็วสูงให้กับโน้ตบุ๊กของคุณได้

        สล็อตพีซีการ์ดบนเครื่องโน้ตบุ๊กนั้นจะใช้เทคโนโลยีที่ชื่อ Cardbus ซึ่งเป็นคอนเน็กเตอร์แบบ PCI สำหรับเครื่องโน้ตบุ๊ก เราสามารถหาซื้ออะแดปเตอร์พีซีการ์ดสำหรับพอร์ต USB 2.0 หรือว่าพอร์ต FireWire มาติดตั้งได้ไม่ยาก (แต่ไม่สามารถหาพีซีการ์ดแบบ Combo ได้) จากนั้นเพียงแค่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงแบบ FireWire หรือ USB 2.0 ทางสล็อตนี้เท่านั้น ก็สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้ทันที จากการทดสอบของเราปรากฏว่า ทั้งในส่วนของ FireWire และ USB 2.0 ต่างก็ให้ประสิทธิภาพที่สูสีกัน แต่สรุปแล้ว USB 2.0 นั้นให้ความเร็วที่เหนือกว่าการ์ด FireWire อยู่ถึงประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงกันข้ามกับกรณีของการ์ด PCI ที่ FireWire จะมีความเร็วเหนือกว่า ส่วน USB 2.0 บนพีซีการ์ดเมื่อเทียบกับ USB 1.1 ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องปรากฏว่า USB 2.0 ให้ความเร็วที่สูงกว่าประมาณ 6 เท่า แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงห่างจากความเร็วที่โฆษณาเอาไว้ ซึ่งควรจะทำงานได้เร็วกว่า USB 1.1 ถึง 40 เท่า

     อ้างอิง http://www.arip.co.th/articles.php?id=406414

บลูทูล (Bluetooth)

บลูทูธ (Bluetooth)

        บลูทูธ เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ โดยใช้คลื่นวิทยุมาเชื่อมต่อ ซึ่งเทคโนโลยีบลูทูธเริ่มต้นจากเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ เพื่อไว้สำหรับลด การใช้สายเคเบิลในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ
        ต่อมาได้รับความนิยมอย่างมากเพราะสามารถต่อโมเด็มของโทรศัพท์มือถือจากคอมพิวเตอร์มือถือได้สะดวก แต่เทคโนโลยีบลูทูธนี้ยังไม่ได้รับการยืรยันถึงความปลอดภัยของข้อมูลว่าจะมีการเข้าถึงข้อมู,จากที่อื่น ๆ หรือไม่
  
อ้างอิง   https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B8%98&tbm=isch&tbo=u&source=univ&sa=X&ei=S2gUUuOfHJHSrQfM9IDoDg&ved=0CF8QsAQ&biw=1600&bih=775